อายุรถมีผลต่อประกันยังไง? แล้วรถของเราเหมาะกับประกันชั้นไหน?

อายุรถมีผลต่อประกันยังไง?
รถเก่าก็ทำประกันได้นะ แต่มีอะไรต้องระวัง ?
จะรถเก่าหรือใหม่ ประกันรถยนต์ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็นเสมอ เพราะหากต้องพบกับเหตุไม่คาดฝันโดยไม่มีประกันแล้ว เราอาจต้องรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายมากมายที่จะตามมา ทั้งค่าซ่อม และค่ารักษาพยาบาล แต่คำถามสำคัญคือเราจะเลือกประกันแบบไหนให้กับรถยนต์เก่าคู่ใจ ก็มีหลายเรื่องที่ต้องคิดเช่นกัน เช่น สไตล์การขับขี่ ความคุ้มครองที่ต้องการ ความคุ้มค่า รวมไปถึงเรื่องสำคัญที่สุดคืองบในกระเป๋าของเราเอง ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่า แล้วสำหรับรถรถยนต์เก่า และรถมือสอง ต้องเลือกทำประกันภัยแบบไหนถึงตอบโจทย์ที่สุด ชับบ์ ขอชวนมาศึกษาไปพร้อม ๆ กัน
รถยนต์เก่าและรถมือสองทำประกันชั้นไหนถึงจะเหมาะ
อย่างที่ทราบกันดีว่าประกันภัยรถยนต์มีหลายประเภทด้วยกัน อาทิ ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+, ประกันชั้น 3+ และประกันชั้น 3 ซึ่งแต่ละประเภท ก็ให้ความคุ้มครองในเงื่อนไขที่แตกต่างกันออกไป สิ่งสำคัญคือการเลือกทำประกันตามการใช้งาน เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและตอบโจทย์รถคันโปรดของเรามากที่สุด
1. รถอายุ 1-10 ปี ประกันชั้น 1 มั่นใจที่สุด
ประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด คุ้มครองความเสียหายให้กับผู้เอาประกันภัยและคู่กรณี โดยพิจารณาจากประวัติของผู้ขับขี่ อายุรถยนต์ รุ่นของรถ รวมถึงระยะเวลาในการทำประกันรถยนต์กับเจ้าเดิม ซึ่งจะให้ทุนประกันสูง มีค่าเบี้ยประกันรถยนต์สูงตามความคุ้มครอง ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกันรถยนต์
ทำไมบางบริษัทถึงรับชั้น 1 รถเก่ากว่า 10 ปี?
หลายคนที่สงสัยว่าทำประกันชั้น 1 ได้กี่ปี อาจมีคำตอบอยู่ในใจแล้วว่ามีเพดานอยู่ที่ 7-10 ปีของอายุรถ แต่ความจริงแล้วบางบริษัทสามารถยืดหยุ่นได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละบริษัท โดยมีรายละเอียดดังนี้
รถอยู่ในสภาพดีเยี่ยม : หากรถได้รับการดูแลสม่ำเสมอ ไม่มีสนิม โครงสร้างยังแข็งแรง ก็มีโอกาสผ่านการพิจารณา
เจ้าของรถมีประวัติดี: ไม่มีเคลมบ่อย ไม่มีประวัติอุบัติเหตุใหญ่จนรถเสียหายหนัก
มีการตรวจสอบจากศูนย์หรืออู่ที่บริษัทประกันยอมรับ: เพื่อให้มั่นใจว่ารถยังปลอดภัยในการใช้งาน
เป็นรถยอดนิยมในตลาด : เช่น Toyota Vios, Honda Civic, Isuzu D-Max เป็นต้น เพราะอะไหล่ยังมี และประเมินความเสียหายง่าย
2.รถอายุ 1-15 ปี ประกันชั้น 2+,ประกันชั้น3+
ประกันชั้น 2+ นั้นจะให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองทั้งผู้เอาประกันภัยและคู่กรณี ทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ รถหาย เพียงแต่ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะคุ้มครองเฉพาะกรณีรถชนรถเท่านั้น สำหรับเจ้าของรถยนต์เก่าที่ต้องการความคุ้มครองครอบคลุมแต่ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ชั้น 1 สูงเกินไป ประกันชั้น 2+ เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
ประกันชั้น 3+ ค่าเบี้ยประกันไม่สูงมาก ถือว่าสบายกระเป๋าและสบายใจ แต่จะคุ้มครองเฉพาะในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนรถเท่านั้น โดยจะรับผิดชอบในการซ่อมรถของผู้เอาประกันภัยและการซ่อมรถของคู่กรณีตามทุนประกัน คุ้มครองความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และไม่ครอบคลุมความเสียหายจากการถูกโจรกรรม และจากภัยธรรมชาติ อาทิ น้ำท่วม ไฟไหม้
ประกันประเภทนี้เหมาะกับผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์และความชำนาญ รถยนต์เก่าหรือรถมือสองที่ขับไม่บ่อย ใช้รถน้อยมาก และจอดในที่ปลอดภัย
3.รถอายุทุกปี ประกันชั้น 3 ช่วยผ่อนหนักเป็นเบาเสมอ
ให้ความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก รวมถึงการบาดเจ็บและความเสียหาย ต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก แต่จะไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถของผู้เอาประกันภัยเอง ประกันรถยนต์ชั้น 3 มีค่าเบี้ยประกันน้อยที่สุด เหมาะกับรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าเบี้ยประกันรถยนต์เก่าที่ควรรู้
1. รุ่นของรถยนต์แต่ละยี่ห้อ มีผลต่อการคำนวณเบี้ยประกันดังนี้
• รถรุ่นที่อะไหล่หาง่าย ราคาถูก ระบบไม่ซับซ้อน ซ่อมง่าย ทำให้เบี้ยประกันไม่สูงมาก เพราะซ่อมง่าย
• รถรุ่นที่ได้รับความนิยม และมีความเสี่ยงต่อการสูญหาย หรือถูกโจรกรรม อาจมีเบี้ยประกันที่แพงกว่า เพราะความเสี่ยงสูง
2. ราคาฐานเบี้ยประกันของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกันไป โดยพิจารณาความเสี่ยงจาก ประวัติการเคลมของรถรุ่นนั้น ๆ ความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และค่าซ่อม
3. ระดับความคุ้มครองและทุนประกัน ประกันภัยที่มีทุนประกันสูงและคุ้มครองครอบคลุมทุกกรณี ค่าเบี้ยจะยิ่งสูงตาม
4. พฤติกรรมของผู้ขับขี่ ตามเกณฑ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประกันภัยรถยนต์สันดาปภาคสมัครใจ กำหนดให้ผู้ขับขี่ทุกคนที่ทำประกันภัยรถยนต์สำหรับใช้งานส่วนบุคคล ต้องระบุชื่อในกรมธรรม์ สูงสุด 5 ชื่อต่อกรมธรรม์ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเก็บประวัติและนำพฤติกรรมขับขี่มาเป็นปัจจัยความเสี่ยงในการพิจารณาค่าเบี้ยประกัน หากขับขี่โดยไม่ระวังอาจต้องจ่ายเบี้ยที่สูงขึ้น
5. ประวัติการขับขี่ หากขับดีอย่างต่อเนื่อง ไม่มีเคลมฝ่ายผิด ผู้เอาประกันภัยจะได้รับส่วนลดในปีต่ออายุตามเงื่อนไขที่แต่ละบริษัทประกันภัยกำหนด แต่หากมีเคลมแบบเป็นฝ่ายผิดบ่อย ก็มีความเสี่ยงที่ต้องจ่ายเบี้ยประกันที่สูงขึ้นเช่นกัน
หากใครสนใจประกันภัยรถยนต์ นึกถึง CM Insurance Broker คอยให้บริการ สามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือติดตามได้ทางช่องทางต่างๆของ CMInsurance Broker ยินดีให้บริการ
โทร : 094-540-0444
Facbook : CM Insurance Broker
TikTok : CM BROKER
Line : @cminsurancebroker


