ทำไมยางรถไม่ทำสีรุ้ง เพราะเหตุผลที่หลายคนเดาไม่ถึง!!

หลายคนคิดว่ายางรถเป็นสีดำเพราะความสวยงาม แต่ความจริงแล้ว เหตุผลหลักคือเรื่องความทนทานและความปลอดภัยยางรถยนต์คือองค์ประกอบที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับรถยนต์ เพื่อช่วยให้รถมีความปลอดภัยในการเคลื่อนที่ได้อย่างลื่นไหลในทุกสภาพพื้นผิวถนนเคยสงสัยหรือตั้งคำถามหรือไม่ว่า ยางรถยนต์ ทำมาจากอะไร?
ยางรถยนต์ผลิตจาก
ยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ ซึ่งเดิมมีสีขาวหรือสีครีม ไม่ใช่สีดำ แต่ในขั้นตอนการผลิต ผู้ผลิตจะเติมสารที่เรียกว่า คาร์บอนแบล็ก (Carbon Black) ซึ่งเป็นผงคาร์บอนละเอียดสีดำ ลงไปผสมในเนื้อยาง
คาร์บอนแบล็กมีหน้าที่สำคัญหลายอย่าง ได้แก่
- เพิ่มความแข็งแรง ทำให้ยางรับน้ำหนักและแรงกระแทกได้ดีขึ้น
- เพิ่มความทนต่อการเสียดสี ทำให้ยางสึกช้าลงและมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
- ป้องกันรังสี UV จากแสงแดด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ยางเสื่อมสภาพ แตกร้าว และแข็งตัว
- ช่วยระบายความร้อน ที่เกิดขึ้นระหว่างการขับขี่ ลดโอกาสที่ยางจะเสียหายจากความร้อนสะสม
- เพิ่มความปลอดภัย เพราะยางคงสภาพการยึดเกาะถนนได้ดีกว่าเมื่อใช้งานเป็นเวลานาน
หากไม่มีคาร์บอนแบล็ก ยางรถจะมีสีขาวหรือสีอ่อน แต่จะเสื่อมสภาพเร็ว แตกง่าย ทนต่อความร้อนและแสงแดดได้น้อย ทำให้อายุการใช้งานสั้นลงอย่างมาก และนอกจากนั้นยังมีผ้าใบไนล่อน หรือผ้าใบโพลีเอสเตอร์ ช่วยให้ยางล้อมีความแข็งแรง และทนทานมากขึ้น รวมทั้งรับแรงกระแทกได้ดี เส้นลวด (Bead wire) สำหรับทำขอบวงล้อ ช่วยให้โครงยางยานหนะมีความแข็งแรง
สารเคมีอื่นๆ เช่น สารช่วยทำให้ยางคงรูป (Vulcanizing agent) เช่น กำมะถัน สารป้องกันยางเสื่อมสภาพ (Protective agent) เช่น สารต้านโอโซน สารช่วยในกระบวนการผลิต เช่น น้ำมัน และสารอื่นๆ
เลือกยางรถยนต์อย่างไร?
อายุการใช้งานของรถยนต์ยาวนานขึ้น เรามาดูกันว่าการเลือกยางรถยนต์ให้เหมาะสมนั้นมีวิธีการอย่างไร เพื่อยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของรถให้มากขึ้น
ขนาดของยาง
ก่อนเปลี่ยนยางรถยนต์ เราต้องสำรวจรถและยางของตัวเองก่อนว่ามีขนาดเท่าไหร่ จากนั้นจึงเลือกเปลี่ยนยางรถยนต์ที่มีขนาดเท่าเดิม โดยทั่วไปแล้ว ยางรถยนต์ทุกเส้นจะมีตัวเลขแจ้งขนาดของยางรถยนต์บริเวณแก้มยางเสมอ เช่น 215/45R17 91W ซึ่งมีความหมายว่า ขนาดหน้ากว้างของยางคือ 215 ความสูงของแก้มยางคือ 45 เส้นผ่านศูนย์กลางของตัวยางคือ R17 และค่าดัชนีรับนี้หนักของยางคือ 91W ซึ่งอาจรับน้ำหนักได้ราว ๆ 900 กิโลกรัม
นอกจากนี้ยังมีตัวอักษรอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ ได้แก่ W, V และ H โดยความหมายของตัวอักษรทั้งสามตัวนี้คือ
W : ทนความเร็วได้ 270 กม./ซม.
V : ทนความเร็วได้ 240 กม./ซม.
H : ทนความเร็วได้ 210 กม./ซม.
ยางแก้มต่ำ
แก้มยางต่ำ หรือที่เราเรียกกันว่า ‘ซีรีส์’ โดยยางรถยนต์ที่มีซีรีส์ต่ำจะมีความแข็งแรงมากกว่ายางรถยนต์ที่มีซีรีส์สูง อันเนื่องมาจาก ยางรถยนต์ซีรีส์ต่ำนั้นมีโครงสร้างที่แข็งแรงมากยิ่งขึ้น แต่กระนั้น ราคาของยางรถยนต์ก็สูงขึ้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน
วันผลิตและวันหมดอายุ
ควรเลือกยางรถยนต์ที่มีเพิ่งผลิตไม่นานเป็นหลัก เนื่องจากยางรถยนต์ทุกเส้นจะมีอายุการใช้งานไม่ต่างจากสินค้าประเภทอื่น ๆ ซึ่งแม้ว่ายางรถยนต์จะยังอยู่ในสภาพใหม่ สมบูรณ์ แต่หากผ่านวันผลิตมาหลายปี อายุการใช้งานก็จะน้อยลงตามไป
สำหรับใครที่ต้องการเปลี่ยนยางรถยนต์
ต้องเคยตั้งคำถามว่าดูปี ยางรถยนต์ ตรงไหน? อย่างแน่นอน ซึ่งในส่วนของวันที่ผลิตและวันหมดอายุจะมีแจ้งบนตัวยางรถยนต์แทบทุกเส้น ซึ่งมักจะเป็นตัวเลข 4 ตัว ยกตัวอย่างเช่น 2922 หมายถึงว่า สัปดาห์ที่ 29 และผลิตในปี 2022 นั่นเอง ดังนั้นแล้ว ทางที่ดีคือ ควรเลือกดูจากปีที่ผลิตล่าสุดจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อให้ได้รับยางรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน
เกร็ดความรู้
ปัจจุบันมียางรถบางรุ่นที่มีสีอื่น เช่น สีขาว สีแดง หรือสีฟ้า แต่ส่วนใหญ่เป็น ยางสำหรับตกแต่งหรือยางโชว์ โดยยังคงมีคาร์บอนแบล็กอยู่ภายใน หรือใช้สารเติมแต่งชนิดอื่นร่วมกัน ส่วนยางรถยนต์ที่ใช้งานบนท้องถนนเกือบทั้งหมดทั่วโลกยังคงเป็น สีดำ เพราะให้ความแข็งแรง ความทนทาน และความปลอดภัยดีที่สุด
สรุปสั้นๆ : ยางรถยนต์เป็นสีดำ ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่เพราะคาร์บอนแบล็กช่วยให้ยางแข็งแรง ทนการสึกหรอ ทนความร้อน ทนแสงแดด และใช้งานได้นานขึ้น จึงเป็นสีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานจริง
หากใครสนใจประกันภัยรถยนต์ นึกถึง CM Insurance Broker คอยให้บริการ สามารถสอบถามเพิ่มเติมหรือติดตามได้ทางช่องทางต่างๆของ CMInsurance Broker ยินดีให้บริการ
โทร : 094-540-0444
Facbook : CM Insurance Broker
TikTok : CM BROKER
Line : @cminsurancebroker


